ค้นหาข้อมูล
ข้อมูลและสาระน่ารู้ที่อัพเดทล่าสุด
สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจของกรุงเทพฯ
235 view
 Post Date:  17/8/16 - 1:05:pm

พระบรทมหาราชวัง ในครั้งอดีตพระบรมมหาราชวังเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ความโดดเด่นงามตระการตาของพระบรมมหาราชวังจึงออกแบบให้คล้ายคลึงกับพระบรมมหาราชวังเก่าในสมัยกรุงศรีอยุธยา ในพระบรมมหาราชวังมีสถาปัตยกรรมที่งดงาม ซึ่งประกอบไปด้วย

            วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือ วัดพระแก้ว วัดพระอารามหลวง เป็นที่ประดิษฐานพระมหามณีรัตนปฏิมากร หรือพระแก้วมรกต และใช้เป็นที่ประกอบพระราชพิธีทางศาสนาที่สำคัญ

            พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เป็นพระมหาปราสาทองค์แรกที่สร้างขึ้นในพระราชวัง เป็นที่ประดิษฐานพระบรมศพพระมหากษัตริย์ สมเด็จพระอัครมเหสี และพระบรมวงศานุวงศ์ และใช้ประกอบพระราชพิธีสำคัญๆ

            พระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาท ใช้เป็นที่ประทับทรงพระราชพาหนะ และประทับเปลื้องเครื่องในงานพระราชพิธีที่มีขบวนแห่

            พระที่นั่งพิมานรัตยา สร้างในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ใช้เป็นที่ให้เข้ารับพระราชทานเครื่องอิสริยยศ และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ และนอกจากนั้นยังเป็นที่สรงน้ำพระบรมศพพระบรมวงศานุวงศ์

            พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท  สร้างในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ใช้เป็นที่รับรองพระราชอาคันตุกะชั้นพระราชาธิบดี หรือชั้นประมุขของรัฐ

            วัดอรุณราชวราราม แต่เดิมชื่อว่า “วัดแจ้ง” เป็นวัดที่มีมาตั้งแต่ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยา ในสมัยรัชกาลที่ ๒ ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ จึงถือเป็นวัดประจำรัชกาลที่ ๒ เมื่อบูรณะเสร็จแล้วได้พระราชทานนามว่า “วัดอรุณราชธาราม” มาถึงในสมัยรัชกาลที่ ๔ จึงเปลี่ยนชื่อเป็น “วัดอรุณราชวราราม” ซึ่งตั้งอยู่บนถนนอรุณอัมรินทร์ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งธนบุรี

            วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือ วัดโพธิ์ เป็นวัดเก่าแก่สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑ สร้างขึ้นเพื่อให้พระภิกษุสงฆ์ได้เล่าเรียนพระปริยัติธรรม วัดนี้จึงถือเป็นวัดประจำรัชกาลที่ ๑

            วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม หรือที่รู้จักกันโดยทั่วไปในหมู่นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศในชื่อ “Marble Temple” เป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทรงสถาปนาขึ้น ด้วยการก่อสร้างศิลปะสถาปัตยกรรมไทยโบราณที่มีความวิจิตรงดงาม จึงได้รับการยกย่องว่าเป็นวัดที่มีการวงแผนผังที่ดีที่สุดวัดหนึ่ง อีกทั้งพระประธานของวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม จำลองมาจากพระพุทธชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ เมืองพิษณุโลก นอกจากนี้บริเวณระเบียงด้านหลังพระอุโบสถ ยังเรียงรายด้วยพระพุทธรูปโบราณปางต่างๆ ถึง ๕๒ องค์

            สนามหลวง หรือ ทุ่งพระเมรุ แต่คราวอดีตสถานที่แห่งนี้เคยเป็นที่ทำนาของประชาชน และด้วยเหตุที่เรียกว่า “ทุ่งพระเมรุ” ก็เพราะว่าที่นี่ยังใช้เป็นที่ตั้งพระเมรุเผาศพของเจ้านายชั้นผู้ใหญ่ ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเห็นว่า “ทุ่งพระเมรุ” ไม่เป็นมงคล จึงโปรดเกล้าฯให้เรียกใหม่ว่า “ท้องสนามหลวง”

            เสาชิงช้า เมื่อสร้างเมืองหลวงเสร็จแล้ว จึงมีการสร้างโบสถ์พราหมณ์ และเสาชิงช้าขึ้น แต่เดิมเสาชิงช้าตั้งอยู่ริมถนนบำรุงเมือง ครั้นสมัยรัชกาลที่ ๕ จึงย้ายมาตั้งที่ถนนบำรุงเมือง เสาชิงช้านี้ใช้ประกอบพิธีตรียัมพวายหรือพิธีโล้ชิงช้าในศาสนาพราหมณ์ ซึ่งจัดให้มีในเดือนยี่ของทุกๆ ปี และยกเลิกในพ.ศ. ๒๔๗๘

            ศาลหลักเมือง การสร้างเสาหลักเมืองเป็นประเพณีเก่าแก่แต่โบราณ เมื่อมีการสร้างเมืองเสร็จต้องมีการฝังเสาหลักเมือง พิธีสำคัญนี้ได้มีพิธีตรวจดวงชะตาเมืองโดยถือเอาฤกษ์ในวันอาทิตย์ที่ ๒๑ เมษายน พ.ศ. ๒๓๒๕ บรรจุดวงชะตาเมืองไว้ในเสาหลักเมือง

            อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ตั้งอยู่ที่ถนนราชดำเนิน สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตยที่มีองค์พระมหากษัตริย์เป็นประมุข

            พระบรมราชานุสาวรีย์พระเจ้าตากสินมหาราช ตั้งอยู่บริเวณวงเวียนใหญ่ ถนนประชาธิปก ประดิษฐานอยู่ในลักษณะทรงม้า พระหัตถ์ขวาทรงพระแสงดาบ และในวันที่ ๒๘ ธันวาคมของทุกปีจะมีพิธีสักการะพระบรมรูป

            พระบรมรูปทรงม้า สร้างขึ้นในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยนายช่างชาวฝรั่งเศส การสร้างพระบรมรูปทรงม้าทำให้เห็นความสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวของประชาชน เพราะค่าใช้จ่ายในการทำทั้งหมดเกิดจากการเรี่ยไรสมทบทุนของประชาชนที่จงรักภักดีต่อพระองค์

            พระที่นั่งอนันตสมาคม สร้างในสมัยรัชกาลที่ ๕ แต่แล้วเสร็จในสมัยรัชกาลที่ ๖ จุดประสงค์ในการสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่รับรองแขกเมือง และประชุมปรึกษาราชการแผ่นดิน

            พิพิธภัณฑ์พระที่นั่งวิมาณเมฆ ตั้งอยู่บริเวณหลังพระที่นั่งอนันตสมาคม ในเขตพระราชวังดุสิต เป็นพระที่นั่งที่สร้างด้วยไม้สักทองทั้งหลัง นอกจากนั้นภายในเขตพระราชวังดุสิตยังมีสถานที่น่าสนใจอื่นๆ อีก ได้แก่

            พิพิธภัณฑ์ศิลปาชีพ พระที่นั่งอภิเษกดุสิต จุดเด่นที่สวยงามของพระที่นั่งองค์นี้ก็คือ ลายไม้ฉลุแบบสมัยพระนางเจ้าวิคตอเรียแห่งประเทศอังกฤษ

            พิพิธภัณฑ์รถม้าพระที่นั่ง เป็นที่รวบรวมรถม้าพระที่นั่งโบราณซึ่งใช้ใน ร.๕

            พระตำหนักสวนสี่ฤดู ในอดีตเป็นตำหนักที่ประดับของสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ สมเด็จพระอัครมเหสีในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมหาราช

            อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ตั้งอยู่ที่ถนนพหลโยธิน สร้างขึ้นในรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม เพื่อเทิดทูนวีรกรรมของทหาร ตำรวจและพลเรือนที่เสียชีวิตไปในกรณีพิพาทระหว่างไทยกับฝรั่งเศส

            สวนหลวง ร.๙ เป็นสวนสาธารณะและสวนพฤกษศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ ซึ่งมูลนิธิสวนหลวง ร.๙ และพสกนิกรชาวไทยพร้อมใจกันสร้างเพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในศุภมงคลสมัยเจริญพระชนมายุ ๖๐ พรรษา

            นอกจากนี้กรุงเทพมหานครยังมีแหล่งชอปปิ้งให้นักท่องเที่ยวได้จับจ่ายซื้อของ แหล่งชอปปิ้งที่มีชื่อเสียง ที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยชาวต่างชาติให้ความสนใจคือ

            ตลาดนัดสวนจตุจักร ตั้งอยู่ที่ถนนพหลโยธิน มีสินค้ามากมายหลายประเภทจำหน่าย เช่น อาหาร เสื้อผ้าสำเร็จรูป สัตว์เลี้ยง หนังสือเก่า ไม้ดอกไม้ประดับ และอื่นๆ อีกมากมาย

            ปากคลองตลาด อยู่ที่ถนนมหาราช ใกล้สะพานพุทธ เป็นแหล่งรวมสินค้าจำพวกผักสด ผลไม้ ดอกไม้

            สะพานพุทธ ตลาดขายสินค้ามือสองยามค่ำคืน จำหน่ายเสื้อผ้า รองเท้าและสินค้าต่างๆ มีให้เลือกหลายราคา

            เยาวราช ตลอดเส้นทางมีร้านค้าขายทองคำเรียงรายไปตามท้องถนน เรียกว่าถนนสายนี้แพรวพราวไปด้วยทองคำนอกจากนี้ยังมีร้านจำหน่ายสินค้าจากเมืองจีน ในยามค่ำคืนที่นี่ยิ่งมีสีสัน เพราะจะมีอาหารนานาชนิดให้เลือกชิมเลือกซื้อ ทั้ง คาว หวาน อิ่มแปล้แล้วยังอิ่มตากับสินค้าที่หลากหลายอีกด้วย

            ถนนข้าวสาร ปัจจุบันถนนสายนี้เป็นที่นิยมสำหรับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะชาวต่างชาติ ยิ่งช่วงสงกรานต์ ถนนสายนี้อัดแน่นไปด้วยผู้คนที่หลั่งไหลมาเล่นน้ำสงกรานต์ ถนนข้าวสารร่ายมนตร์เสน่ห์ตรึงนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวชมได้อยู่ทุกช่วงเวลา