ค้นหาข้อมูล
ข้อมูลและสาระน่ารู้ที่อัพเดทล่าสุด
ประโยชน์ที่ผู้บริจาคโลหิตจะได้รับ
1483 view
 Post Date:  2011-06-18 02:47:32

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ องค์สภานายิกา สภากาชาดไทย ทรงมีพระราชดำรัส ถึงผู้บริจาคโลหิตว่า โลหิตเป็นปัจจัยหล่อเลี้ยงรักษาชีวิตให้ดำรงอยู่ นับได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งแห่งชีวิต การบริจาคโลหิตจึงเทียบได้จากการบริจาคชีวิต เป็นทานซึ่งเป็นทานสูงสุดควรยกย่องสรรเสริฐอย่างยิ่ง การที่ประชาชนชาวไทยมีศรัทธาบำเพ็ญประโยชน์อย่างเดียวกันนี้แสดงว่าทุกคนมีจิตใจเป็นกุศลถือตนว่าเป็นเพื่อน เกิด แก่ เจ็บ ตายด้วยกันมีหน้าที่จะอนุเคราะห์กันและกัน เพราะฉะนั้นผู้บริจาคโลหิตทุกท่านจึงถือเป็นผู้ที่เสียสละควรแก่การยกย่องและสรรเสริญ

ประโยชน์จากการบริจาคโลหิต ประการแรกคือ การได้รับความภาคภูมิใจที่เสียสละโลหิตในร่างกายไปช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ประการที่สอง ได้รับการตรวจสุขภาพร่างกายเป็นประจำสม่ำเสมอทุก 3 เดือน ประการที่สาม ผู้บริจาคโลหิตทุกคนจะได้รับการตรวจระบบโลหิต และหมู่โลหิต ประการที่สี่ โลหิตจากการบริจาคทุกยูนิต จะนำไปตรวจอย่างละเอียดทุกขั้นตอนก่อนที่จะนำไปจ่ายให้ผู้ป่วย เช่น ตรวจไวรัสตับอักเสบบี, ไวรัสตับอักเสบซี, ตรวจซิฟิลิส และตรวจเชื้อเอดส์

และเพื่อเป็นการตอบแทนผู้มีจิตศรัทธาที่บริจาคโลหิตให้แก่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ อย่างสม่ำเสมอ จึงบริการตรวจวิเคราะห์สารเคมีในโลหิต เช่น ตรวจหาน้ำตาลและไขมันในโลหิต ตรวจสภาวะการทำงานของหัวใจ, ตับและไต เป็นต้น ตรวจให้กับผู้บริจาคโลหิตปีละ 1 ครั้ง ผู้ที่มีความประสงค์จะตรวจต้องมาติดต่อที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทยโดยให้บริการตรวจสารเคมี ทุกวันจันทร์ ศุกร์ เวลา 8.30 10.00 น. ยกเว้นวันหยุดราชการ ในการเจาะตรวจระดับสารเคมีในเลือดต้องงดอาหารและเครื่องดื่มอย่างน้อย 15 16 ชั่วโมง (หลังอาหารเย็นถึงเช้า)

นอกจากนั้นจะได้รับเข็มที่ระลึกผู้บริจาคโลหิตตามจำนวนครั้งที่กำหนดอีกด้วย

 

 

 

ที่มา : หนังสือความรู้คู่การบริจาคโลหิต
ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย