ค้นหาข้อมูล
ข้อมูลและสาระน่ารู้ที่อัพเดทล่าสุด
นิมิตฝันในทางบอกเหตุร้าย
2715 view
 Post Date:  2011-06-02 08:05:50

นิมิตฝันในทางบอกเหตุร้าย

                ในเรื่องปรากฎอยู่ในคัมภีร์ พระมหาเวสสันดรชาดก มีนิมิตฝันของพระนางมัทรี ขณะตามเสด็จพระมหาเวสสันดร พระสวามีเพื่อคอยปรนนิบัติอยู่ในป่าเขาวงกต นักปราชญ์ท่านแต่งเป็นคำกลอนสอนใจไว้อย่างน่าฟังมากว่า...

                ...ในเมื่อราตรีธชีนอนเหนือสิขรขอบเขตพระอาวาสส่วนสมเด็จพระนางมัทรีเสด็จบรรทม ในห้องอาศรมบรรณศาลายังมิทันที่จะนิทราระงับ พอหลับพระเนตรเกิดอาเพศเป็นลางหลากยามเมื่อจะจากพระลูกรักทั้งสองศรี พระอินทรีย์เธอสั่นระรัวริกสะดุ้งพระองค์พลิกดังใครผลักให้พลัดแพลง เสียวๆ แสยงสยะยะเยือกเย็น ว่าเอ๊ะจะเป็นพิกลฉันใด หรือว่าภัยจะบังเกิดมี เธอก็แผ่ไมตรีลงสู่ที่นิทรารมณ์บรมไสยาสน์  พระนางให้หวั่นหวาดจนเพลาปัจจุสมัย จึงค่อยม่อยผอยหลับสนิท เสวยพระสุบินนิมิตผิดประหลาดลามกธรรมว่า...เอโกปุริโส ยังมีบุรุษหนึ่งนั้น เติบโตดำล่ำสันเห็นพิลึก ผิวกายดำเป็นหมอกหมึกมืดดังมหาเมฆ ดูนี้โกกเกกเก่งฉกาจ ปริทหิต.วา  นุ่งผ้าย้อมฝาดคาดกาสาว์ สักกะสันพันเป็นเกลียวเหนียวเหน็บ รั้งคาดพุงจั้งมั่งทะมัดทะแมงปิลน.ทิต.วา ทัดดอกไม้แดงทั้งสองหูดูสง่าอาวุธหต.โถ มีหัตถ์เบื้องขวานั้นถือดาบ คมเขียวเป็นมันปลาบละเลื่อมแสง แกว่งกวัดฉวัดเฉวียงวิ่งวู่จู่เข้ามาถึง ถีบทวารตึงทำลายลู่ คช.เชน.โต กระทืบเท้าตะคอกขู่คำรามสำราก ฉวกชฎานางกระชากแดหรือหลุดพลัด รวบพระกรกระหวัดทั้งซ้ายขวาให้พระนางเธออุตตานภาพ ฟาดด้วยดาบเหวี่ยงลงตรงพระพาหาทั้งสองซ้ายขวาขาดเป็นสิน พระกระเด็นดิ้นอยู่แดดาน แล้วมิหนำซ้ำแขวะคว้านควักพระนัยน์เนตรทั้งสองปลิ้นให้วิ่นหวะ อุร° ภินทิต.วา เอาดาบฉะเฉือนพระทรวง ล้วงชำแหละแหวะหาพระหทัยพระนางนั้น

ตส.สา วิรวน.ติยา ในลักษณะฝันว่าพระนางเธอมิได้ต่อเถียง แต่ร้องๆ จนสุดสิ้นพระสุรเสียงสำเนียงกรี๊ดกรีด หวีดหวาดชายนั้นก็ประลาดแล่นไป มีหยาดพระโลหิตไหลละลุมลง สะดุ้งพระองค์ออกพระโอษฐ์ โลดลอยพลอยผวาตื่นขึ้นทันที ในปัจฉิมราตรีนั้นแลฯ

                รวมความฝันโดยสังเขปว่า ...มีบุรุษร่างดำทะมึนโตใหญ่ในมือถือดาบเข้ามายังอาศรม แล้วเข้าตัดแขนทั้งสองข้างของนางขาดไป แถมควักลูกนัยน์ตาทั้งสองข้างของเธอไปด้วย...

                เวลานั้น ค่อนจะใกล้รุ่งแจ้งสุริยา พระนางมัทรีจึงสะดุ้งตื่น คลำอุระดูไม่เป็นไร เอื้อมควานหากัณหา ชาลีลูกรักทั้งสองกุมาร กุมารียังยังหลับสนิทอยู่ นางจึงรู้ตัวเองว่าฝันไป ครั้นจะรีบไปเฝ้าหาพระเวสสันดรหรือพระองค์ก็ยังบรรทมอยู่นางจึงรออีกสักครู่ จึงรีบเดินไปเฝ้าพระสวามี

                เมื่อไปถึง นางจึงเคาะประตู ที่จริงพระเวสสันดรทรงตื่นและนั่งบำเพ็ญภาวนาเข้าสมาธิอยู่ จึงเสด็จมาเปิดประตูให้ แล้วกล่าวว่า ออกมาอยู่กลางป่าดง พงไพรตั้งนาน ไฉนแม่นางจึงย่องมาหาเรา ช่างมาทำโง่เขลาหวังประกอบกามกิจกระนั้นหรือ

                นางมัทรีศรีสมรจึงเอ่ยวจีชี้แจงว่า ตนหามีราคะ ตัณหาดังนั้นไม่ เหตุเพราะฝันไปจึงรีบมาทูลถามว่า จะเป็นเรื่องร้ายดี ประการใดเท่านั้นเอง

                ฝ่ายพระเวสสันดรผู้บำเพ็ญบารมี ทรงทราบดีว่าเหตุการณ์ที่นิมิตฝันไปนั้น จะบอกความจริงแก่นางก็เกรงไปว่าจะขาดทานบารมี ที่พระองค์เคยสะสมมานานหลายชนิดแล้วจึงแสร้งปกปิดแล้วทำนายปลอบใจนางว่า เราจะหมดเคราะห์หายโศก โรคร้าย เหตุที่ฝันไปเพราะนางมาอยู่ป่าดง พงไพร ทนทุกข์ทรมานเท่านั้น

                แต่อนิจจา... นิมิตฝันของนางมัทรีนั้น เป็นลางร้ายมีเทพสังหรณ์ให้นางรู้ล่วงหน้า พอได้ฟังพระสวามีทำนายฝันนางก็ยังหวั่นผวา จึงได้แต่โอบกอดสองกุมาร พร้อมกับเตือนพร่ำสอนพระลูกน้อยว่า กัณหา ชาลีที่รักสุดหัวใจของแม่ ขอให้ระมัดระวังตัว แม่จะเข้าป่าหาผลหมากรากไม้มาฝาก ซึ่งนางเคยปฏิบัติอยู่ปกติมานานแล้ว

                ในที่สุด พราหมณ์เฒ่าชูชก คล้อยหลังพระนางมัทรีออกจากบรรณศาลาเข้าป่าไป ตาเฒ่าก็เข้ามาทูลขอสองกุมารเอาไปเป็นข้าทาสจนได้...

                เรื่องนิทาน ไกรทอง ชาลวัน ในเรื่องก็มีนิมิตฝันเป็นลางบอกเหตุเช่นเดียวกัน มีอยู่ตอนหนึ่งความว่า

                ชาลวันกุมภี พญาจระเข้ใหญ่ อยู่ในเมืองพิจิตร คืนหนึ่งท้าวเธอได้ฝันไปว่า เกิดคนดี มีวิชาเข้ามาข่มเหงจนถึงปากถ้ำในสาคร จะหาใครต่อกรด้วยไม่ได้...

                พญาชาลวันกุมภี ได้นำนิมิตฝันไปเล่าให้ญาติผู้ใหญ่ฟังมีมติคล้ายๆ กันว่า ต่อแต่นี้ไป ชาลวันจงได้ถือศีลกินเพลเว้นอบายมุข ให้ถือมั่นอยู่ในศีล 5 อย่าได้ออกไปเที่ยวจับมนุษย์หรือปลา จนอยู่ให้ครบ 7 วัน 7 คืน หากทำได้ เขี้ยวจะเป็นเพชรเกล็ดจะเป็นนิล ลิ้นจะเป็นปาน ใครๆ แม้จะมีวิชา อาคมเก่งกล้าสามารถเพียงไร ก็ไม่สามารถทำอันตรายแก่ชาลวันได้

                แต่เมื่อกรรมตามทัน อะไรๆ ก็ห้ามหรือป้องกันไม่อยู่เนื่องจากก่อนหน้านั้น ชาลวันกุมภีได้ออกไปนอกถ้ำแล้วไปอุ้มตะเภาแก้วตะเภาทอง ลูกสาวเจ้าเมืองพิจิตรลงมาในถ้ำปล้ำเอาเป็นภรรยา เจ้าเมืองพิจิตรจึงประกาศหาชายชาตรีมีวิชาอาคม คือ ไกรทอง ชาวเมืองนนท์ แล้วมาเสกเทียนระเบิดน้ำลงไปถึงถ้ำ สังหารชาลวันซึ่งอยู่จำศีลได้เพียง 3 วันได้ในที่สุด

                นิมิตฝันร้ายอีกประการหนึ่งคือ ถ้าฝันว่าฟันหัก มักจะเสียญาติผู้ใหญ่ หรือคนรักคนสนิทในเรือนตน ความฝันเช่นนี้มักปรากฏการณ์เป็นความจริงมามากรายแล้ว คนโบราณจึงได้แนะนำ สั่งสอนสืบต่อกันมา เรื่องนี้ ปรากฏในเสภาเรื่อง ขุนช้างขุนแผน วรรณคดีพื้นบ้านของไทย

                ตอน นางทองประศรี เมียขุนไกร คราวหนึ่งนางฝันไปว่า

                ทองประศรีนอนหลับแล้วกลับฝัน

ความกลัวตัวสั่นตกใจหวาม

สะดุ้งตื่นขึ้นให้ครั่นคร้าม

อารามตกใจปลุกซึ่งสามี

ขุนไกรถามไปว่าอะไรเจ้า

นางจึงเล่าความฝันนั้นถ้วนถี่

ว่าฟันฉันหักกระเด็นเห็นไม่ดี

ช่วยทำนายฝันทีให้แจ้งใจฯ

                ขุนไกรพลพ่ายต้องตายเพราะถูกพระพันวสาสั่งประหาร เนื่องจากออกสกัดกั้นฝูงควายป่าแตกฝูงไว้ไม่อยู่หลังนางทองประศรี ภรรยาฝันว่า ฟันของนางหักกระเด็นได้ไม่นาน

                อีกเรื่องหนึ่ง ตอนขุนเพชร กับ ขุนราม ถูกขุนแผนฆ่าตาย ก็เนื่องมาจากนิมิตฝันเกี่ยวกับเรื่องฟันหักเหมือนกันคือ

                ฝ่ายเมียขุนเพชรนิทราฝัน

ว่าถูกฟันตัวขาดเป็นสองท่อน

ผ่าอกขว้างหัวใจไปดงดอน

ตื่นนอนตัวสั่นประหวั่นใจ ฯ

ต่อมาเมียฝันอีกว่า

 

                ฝ่ายเมียขุนรามอินทรา

ฝันว่าฟันหักเป็นสามซี่

ตกใจผวาคว้าสามี

พ่อเอ๋ยเมียนี้ช่างฝันร้ายฯ

                สำหรับนางวันทอง ก่อนจะถูกพระพันวสาสั่งประหารเพราะเธอเป็นนางวันทอง 2 ใจ รักใคร่ชายถึง 2 คน คือรักทั้งขุนแผนและขุนช้าง จึงสั่งเพชฌฆาตนำตัวไปประหาร แม้จะขอพระราชทานอภัยโทษประหารได้แล้ว แต่ไม่ทันการณ์ สำหรับความฝันนั้น มีความว่า

                วันทองน้องนอนสนิททรวง

จิตง่วงระงับสู่ภวังค์

ฝันว่าพลัดไปในไพรเถื่อน

เลื่อนเปื้อนไม่รู้ที่กลับหลัง

ลดเลี้ยวเที่ยวหลงในดงรัง

ยังมีพยัคฆ์ร้ายมาราวี

ทั้งสองนอนหมอบอยู่ริมทาง

พอนางดั้นป่ามาถึงที่

โดดตะคุบคาบคั้นในทันที

แล้วฉุดคร่าพารี่ไปในไพรฯ

 

                สำหรับนิมิตฝันของนางวันทองนั้น ท่านว่าเป็นอาการฝันร้าย เนื่องจากฝันไปว่า พบเสือร้ายถึง 2 ตัว ซึ่งถือว่าเป็นสัตว์ใหญ่และมีความดุร้าย ถ้านางฝันแล้ว รู้หลักการแก้เคล็ดความฝันก็อาจจำหนักมาเป็นเบาได้เหมือนกัน

                เรื่องฝันเกี่ยวกับ ฟันหัก คนโบราณมักจะถือเอาเฉพาะ ฟันกราม ซึ่งเป็นฟันใหญ่มีรากฟันยาวลึก ถ้าฝันว่าฟันกรามหัก มักจะเสียญาติผู้ใหญ่ หรือคนใกล้ชิด สนิทสนม รักใคร่กันมาก แต่ถ้าเป็นฟันซี่อื่นๆท่านว่าอาจจะเป็นพี่หรือน้องหรือเครือญาติห่างๆ ออกไป

                คนโบราณท่านยังเตือนหรือมีรวบรวมไว้ในตำราเก่าๆไว้สำหรับให้ลูกๆ หลานๆ ได้เล่าเรียนหรืออ่านเพื่อเป็นอนุสรณ์ เตือนใจให้ยึดถือหรือประพฤติปฏิบัติตาม จะมีเกี่ยวกับเรื่อง ลางบอกเหตุ บางประการเกี่ยวกับ

                1.เกิดจันทรุปราคา ชาวบ้านมักจะเรียกกันว่า กบกินเดือน ซึ่งมักจะเกิดในเวลากลางคืนเดือนเต็มดวง

                2.เกิดสุริยุปราคา ชาวบ้านเรามักเรียกว่า กบกินตะวัน ซึ่งมักจะเกิดในเวลากลางวัน ข้างขึ้น

                3.เกิดพระบรมสารีริกธาตุเสด็จ คือจะเห็นปรากฏ เป็นลำแสงสว่างเรืองรอง จากทิศหนึ่งไปยังอีกทิศหนึ่งเรื่องนี้เคยปรากฏในสมัยสมเด็จพระนเรศวร ทำให้เป็นลางบอกเหตุในสมัยเดียวกันถึง 4 ครั้ง

                                3.1พระบรมสารีริกธาตุ เสด็จปาฏิหาริย์มาแต่เบื้องบูรพา (ทิศตะวันออก) ลางบอกเหตุให้พระเจ้าหงสาวดีนันทบุเรงทรงวางกลลวงให้เรียกสมเด็จพระนเรศวร ยกทัพไทยไปช่วยตีเมืองรัตนะอังวะ เป็นขบถ ฝ่ายไทยรู้เท่าทันจึงพยายามเดินทัพไทยไปช้าๆ จนพวกพม่าปราบกันเองได้แล้ว จึงไม่ถลำไปติดกับทัพพม่า ที่จ้องจะกำจัดพระนเรศวร สมัยยังดำรงตำแหน่งเป็นพระมหาอุปราชฝ่ายไทย และไทยเราได้ประกาศเป็นเอกราชไม่ขึ้นแก่พม่าตั้งแต่บัดนั้น

                                3.2พระบรมสารีริกธาตุเสด็จปาฏิหาริย์มาแต่ทิศประจิม (ทิศตะวันตก) มีลางบอกเหตุให้สมเด็จพระนเรศวรได้ทรงพระแสงปืนยาวเก้าคืบ (ข้ามแม่น้ำสะโตง) ยิงข้ามแม่น้ำไปถูกสุรกรรมาเสียชีวิต ทั้งๆ ที่อยู่กันคนละฝั่ง คือแม่น้ำสะโตงกว้างถึง 100 เมตรเศษ ปืนไม่น่าจะยิงถึงนับว่าเป็นปาฏิหาริย์ยิ่ง

                                3.3ครั้งที่สาม เป็นการเห็นและมีการปราบกบฏภายในบ้านเมือง คือ ปราบกบฏพระยาพิชัย กับพระยาสรรค์สำเร็จลงด้วยดี

                                3.4ทรงเห็นเมื่อคราวยกทัพไทยไปทางเมืองป่าโมกข์ (อ่างทอง) และหลังจากทรงกระทำพิธีตัดไม้ข่มนามเรียบร้อยแล้วทรงนิมิตฝันว่า ทรงลงสรงสนานในลำน้ำ และได้ต่อสู้กับจระเข้ใหญ่ จนสามารถสังหารจระเข้นั้นได้ เป็นลางบอกเหตุให้ได้มีการทำสงครามยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชา แม่ทัพพม่าจนได้รับชัยชนะ นำเกียรติยศชื่อเสียงมาสู่บ้านเมืองไทยเป็นอย่างยิ่งพม่าขยาดไม่ยกทัพมาตีไทยอีกนานเป็น 100 ปีเศษ

                4.นิมิตฝันของฝรั่งต่างประเทศ นับว่าเป็นลางบอกเหตุอย่างหนึ่ง เหมือนจะมีการเตือนให้รู้ล่วงหน้า แต่คนฝันเอง คงคิดไม่ถึงว่าจะเป็นความจริง แต่ก็เกิดเป็นความจริงจนได้ในที่สุด

                ประธานาธิบดีอับราฮัม ลิงคอล์นแห่งสหรัฐอเมริกาในอดีต คือ คนหนึ่ง ท่านลิงคอล์นได้ฝันว่า ท่านได้เดินไปตามห้องต่างๆ ในตึกทำเนียบขาว ไม่พบเห็นใครๆ เลย แต่หูท่านได้ยินเสียงร้องคร่ำครวญ โศกเศร้า น่าสงสารมาก ท่านจึงเดินไปถึงห้องๆ หนึ่ง พบหีบศพ มีทหารยามเฝ้าอยู่ จึงถามทหารว่า เป็นหีบศพของใครหรือ ทหารยามตอบว่าศพของท่านประธานาธิบดีพอตอบขาดคำ ท่านได้ยินเสียงผู้คนร้องไห้ระงมเซ็งแซ่ไปหมดจนทำให้ท่านประธานาธิบดีตกใจตื่นขึ้นมา

                ท่านลิงคอล์นได้เล่านิมิตฝันนี้ให้คนในครอบครัว และคนสนิทในทำเนียบฟังด้วย ต่อมาอีก 2 วัน ท่านไปชมภาพยนตร์ก็ถูกคนร้ายลอบยิงเสียชีวิต จึงมีศพนำไปตั้งในทำเนียบขาวจริงๆ นับว่าเป็นลางบอกเหตุล่วงหน้าโดยแท้ฯ