ค้นหาข้อมูล
ข้อมูลและสาระน่ารู้ที่อัพเดทล่าสุด
ไทยเที่ยวไทย ไม่ไปไม่รู้
2256 view
 Post Date:  2011-03-05 08:56:06

   ทำบุญและศึกษาประวัติศาสตร์ พระธาตุนครชุม

           ถ้าท่านใดได้มีโอกาสแวะหรือเดินทางผ่านจังหวัดกำแพงเพรช อยากให้แวะไปที่ วัดพระบรมธาตุพระอารามหลวง ตำบลนครชุม อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร เพราะที่วัดแห่งนี้ี่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นที่ศรัทธาของชาวเมืองกำแพงเพชร ตั้งแต่ในอดีตจนปัจจุบัน

สถานที่ท่องเที่ยว ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว พระธาตุนครชุม
พระธาตุนครชุมเป็นพระบรมธาตุเจดีย์ ที่งดงามเปล่งประกายสีทองเมื่อยามที่กระทบกับแสงแดด ตั้งอยู่ในวัดพระบรมธาตุพระอารามหลวง แต่เดิมนั้นพระบรมธาตุเจดีย์ได้สร้างขึ้นในสมัยสุโขทัย พระมหาธรรมราชาลิไท ศิลปะแบบสุโขทัย ประมาณปี พ.ศ.1900 ต่อมาพระมหาเจดีย์ทรุดโทรมลงมาก ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงอนุญาตให้พ่อค้าไม้ชาวพม่าชื่อ พระยาตะก่าเศรษฐีชาวพม่าที่มีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาได้ทำการบูรณะพระเจดีย์ โดยการสร้างเจดีย์แบบพม่าครอบเจดีย์องค์เดิมเอาไว้ ลักษณะของสถานที่ท่องเที่ยวพระธาตุนครชุมจึงดูคล้ายกับเจดีย์ของพม่าอย่างที่เห็นในปัจจุบัน

ชาวเมืองกำแพงเพรช และนักท่องเที่ยวทั่วไปจะนิยมมาสักการะเพราะมีความเชื่อที่เล่าต่อกันมาว่า "ผู้ใดไหว้นบกระทำบูชาพระศรีรัตนมหาธาตุ และพระศรีมหาโพธิ์ไซร้ มีผลอานิสงส์พร่ำเสมอดังได้นบพระผู้เป็นเจ้า" ทำให้ผู้คนอยากไปกราบสักการะขอบารมีองค์บรมธาตุเจดีย์ ให้คุ้มครองและมี และให้ครอบครัวและตนเองมีความสุขในการดำเนินชีวิต ซึ่งชาวกำแพงเพรชส่วนใหญ่จะนิยมมาสักการะ ทำบุญในช่วงวันมาฆบูชาและวันสงกรานต์

ภายในสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ยังมีสิ่งที่น่าสนใจ คือ การจัดแสดงภาพประวัติศาสตร์สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสต้นลุ่มน้ำกำแพงเพชร และมีการจัดแสดงทั้งประวัติศาสตร์ โบราณคดี ภูมิปัญญา ในสมัยสุโขทัย อีกด้วย

การได้มาท่องเที่ยวสถานที่ประวัติศาสตร์แห่งนี้นอกจากจะได้ทำบุญแล้ว ยังได้เป็นการศึกษาประวัติศาสตร์ของคนไทยในสมัยสุโขทัยด้วย ถ้ามีโอกาสเดินทางผ่านมาหรือแวะมาท่องเที่ยวกำแพงเพชรแล้วก็ อย่าลืมมาดูประกายสีเหลืองทองเมื่อถูกอาบด้วยแสงอาทิตย์ในสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ด้วยตาตนเองครับ

 
  วังน้ำเขียว สถานที่ท่องเที่ยว สวิตเซอร์แลนด์แดนอีสาน

         สถานที่ท่องเีที่ยวที่อยู่ใกล้กรุงเทพอีกแห่งที่มีบรรยากาศเย็นสบายตลอดปี ไม่ต่างจากดินแดนในภาคเหนือ ก็คือวังน้ำเขียวเมืองแห่งการท่องเที่ยวอีกแห่ง ที่คุณสามารถเดินทางไปสัมผัสได้ทั้ง 3 ฤดู และเป็น 3 สีสันที่แตกต่าง คุณสามารถเดินทางมาท่องเที่ยวที่สถานที่ท่องเที่ยวในเมืองนี้ได้ตลอดปี โดยเฉพาะหน้าฝนที่พร่างพรมความชุ่มฉ่ำไปทั่ว ขับรถใกล้ ๆ มาท่องเที่ยววังน้ำเขียว สีเขียวของผืนป่าปกคลุมไปทั่ว สมแล้วที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในแหล่งโอโซนที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

สถานที่่ท่องเที่ยว วังน้ำเขียว
ด้วยลักษณะทั่วไปของวังน้ำเขียวที่เป็นภูขาสูงต่ำแบบลูกคลื่น สลับกับที่ราบกว่าร้อยละ 90 ของพื้นที่ทั้งหมด และมีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางเฉลี่ยอยู่ที่ 200 - 700 เมตร ทำให้อำเภอวังน้ำเขียวมีสภาพอากาศที่ค่อนข้างเย็นสบาย แม้ในฤดูร้อนยังมีอุณหภูมิสูงสุดเพียงแค่ 30 องศาเซลเซียสเท่านั้น นอกจากนี้เมื่อถึงฤดูหนาวสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ก็เย็นสบายไม่หนาวจัดจนเกินไป อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 9 องศาเซลเซียส ประกอบกับฤดูฝนที่ฝนนตกติดต่อกันมายาวนานถึง 5 เดือน ตั้งแต่มิถุนายน - ตุลาคม ทำให้วังน้ำเขียวมีสภาพอากาศที่เย็นสบายตลอดปี จึงเป็นที่มาที่ทำให้สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ได้ถูกเรียกขานว่า "สวิตเซอร์แลนด์แดนอีสาน"

ที่ตั้งของวังน้ำเขียวมีอาณาเขตติดต่อกับหลายอำเภอในจังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติ โดยเฉพาะอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และอุทยานแห่งชาติทับลาน ทั้งสองสถานที่ท่องเที่ยวนี้ก็นับได้ว่าเป็นผืนป่าดงพญาเย็นที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นมรดกแห่งอาเซียน และยังถูกเสนอ UNESCO จัดตั้งเป็นมรดกโลกด้วย เพียงแค่วังน้ำเขียวมีอาณาเขตติดต่อกับอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ก็นับว่าเป็นพื้นที่ที่มีธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์แล้ว ท่านใดมาเที่ยววังน้ำเขียวแล้วก็แวะต่อที่สถานที่ท่องเที่ยวบนเขาใหญ่ได้

พื้นที่ของอำเภอวังน้ำเขียวได้ถูกสำรวจพบว่าเป็นพื้นที่ที่มีก๊าซโอโซนมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งเป็นก๊าซที่เกิดขึ้นมาเองมีหน้าที่ปกป้องหลังคาโลก ดูดซับรังสีที่มีอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต และยังสามารถแตกตัวออกมาเป็นออกซิเจนอยู่ในชั้นบรรยากาศชั้นล่างเพื่อให้มนุษย์และสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น ๆ ดำรงชีวิตอยู่ได้ การที่บางคนเปรียบเทียบว่าการมาสถานที่ท่องเที่ยววังน้ำเขียว เพื่อสูดโอโซน ก็หมายถึงการมาท่องเที่ยวพักผ่อนสูดอากาศบริสุทธิ์นั่นเอง

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจและขึ้นชื่อในวังน้ำเขียวมีหลายแห่งด้วยกันเช่น การไปดูกระทิงที่เขาแผงม้า การไปสูดโอโซนในแหล่งที่ดีที่สุดของโลกแห่งหนึ่ง และการท่องเที่ยวเชิงเกษตร